Timeline

ดื่มกาแฟช่วยลดโอกาสการเป็นมะเร็งช่องปากได้

กาแฟ-2

จากการค้นคว้าและวิจัยของสถาบันมะเร็งศีรษะและคอนั้น พบว่า การดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเป็นมะเร็งช่องปากและคอหอยได้ รวมไปถึงลดการเกิดเนื้องอกประเภทอื่นๆ และโรคหัวใจได้อีกด้วย ในการศึกษาครั้งนี้จึงถือเป็นการต่อยอดความรู้ได้มากขึ้นไปอีกจากการศึกษาวิจัยดังกล่าวซึ่งทำให้เกิดนัยยะของความสำคัญอย่างเป็นไปได้ดีทีเดียว

อีกทั้งทีมงานวิจัยเชื่อว่า การดื่มกาแฟมีผลการวิจัยหลายแบบออกมาในแนวทางเดียวกันที่จะช่วยลดอาการซึมเศร้าและความจำเสื่อม รวมไปถึงมะเร็งตับได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เหมาะกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์เพราะการดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวันจะมีผลทำให้เด็กทารกมีขนาดตัวที่เล็กลงหลังคลอด

ดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวันช่วยรักษาโรคเกาท์

กาแฟ

โรคเกาท์เป็นโรคที่แพร่หลายอย่างมาก โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร แต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยเป็นโรคเกาท์อยู่ราวๆ 250,000 คนซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จายในการดูแลสุขภาพและการบริการด้านสุขภาพได้เป็นจำนวนเงินถึง 6 ล้านปอนด์ต่อปี ต่อมาจึงเกิดงานวิจัยเกี่ยวกับการรักษาโรคเกาท์โดยพบว่า การดื่มกาแฟเพียงวันละ 4 แก้วจะช่วยลดโอกาสที่จะเป็นโรคเกาท์ได้ในผู้หญิงน้อยลงถึง 57% โดยได้นำมาเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่เคยได้ดื่มกาแฟเลย แต่สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟได้ 2-4 แก้วต่อวันจะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาท์ได้เพียง 22% ส่วนผู้ที่ดื่มแค่ 1 แก้วต่อวันลดความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวเพียง 3%
จากผลของการวิจัยพบว่าโรคนี้มักเกิดขึ้นในกลุ่มของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง วัยรุ่นในสหราชอาณาจักรได้ป่วยเป็นโรคเกาท์เพราะมีน้ำหนักมากหรืออ้วนเกินไป ซึ่งอาหารและเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นแอลกอฮอล์ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคร้ายดังกล่าว และถือว่าโรคนี้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วย

อยากมีลูกแต่อายุมากแล้ว ทำได้อย่างไร

อยากมีลูก
ในภาวะเร่งแข่งขันกันทำงานอย่างปัจจุบัน การแต่งงานล่าช้าจึงเป็นเรื่องปกติในสังคม เพราะฉะนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีอายุมากแล้วต้องตั้งครรภ์ย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน หลายคนตั้งครรภ์เมื่อเกินอายุ 35 ปีไปแล้ว ดังนั้นหากคุณก็เป็นอีกคนที่ต้องตั้งครรภ์ในช่วงอายุมากเช่นนี้ เรามีข้อมูลดีๆ จาก The American Pregnancy Association มาแนะนำดังต่อไปนี้

  1. ควรทำการนัดหมายกับสูตินรีแพทย์อยู่เสมอเพื่อทำการตรวจสอบข้อสงสัยและความกังวลของคุณ
  2. อย่าสิ้นหวังหรือท้อแท้ การตั้งครรภ์ในหญิงที่มีอายุมากส่วนใหญ่ต้องอาศัยเวลาอยู่ประมาณ 1-2 ปีจึงจะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์
  3. เช็คสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอารมณ์ให้สมบูรณ์และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ รวมไปถึงบุหรี่และกาแฟที่มีสารคาเฟอีน
  4. เรียนรู้ระยะเวลาที่ไข่ตก จะช่วยทำให้คุณมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ดี
  5. ถ้าไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากได้พยายามด้วยวิธีดังกล่าวถึง 6 เดือนแล้ว ควรรีบพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาทางแก้ไขในปัญหาของคนที่มีภาวะมีบุตรยาก

วิธีแก้ปัญหากลิ่นตัว มีกลิ่นตัวทำยังไง กลิ่นตัวแก้ได้ไม่ยากเลย

กลิ่นตัว

กลิ่นตัว

ปัญหากลิ่นตัวมีผลต่อบุคลิกภาพ จัดเป็นปัญหาหนักใจของคนรอบข้าง ปัญหากลิ่นตัวพบได้บ่อยทั้งหน้าร้อน มากกว่า หน้าฝน อากาศร้อน เหงื่อออกมากต่อมเหงื่อมี 2 ชนิด คือ ต่อมเหงื่อเอ็กครายน์ ทำหน้าที่หลั่งเหงื่อใสๆ เวลาร่างกายร้อนจัด และ ต่อมเหงื่ออะโพครายน์ อยู่ตามรักแร้ รอบหัวนม ทวารหนัก และรอบอวัยวะเพศ

สาเหตุการเกิดกลิ่นตัว กลิ่นตัวเกิดได้อย่างไร
กลิ่นตัวเกิดจากต่อมเหงื่ออะโพครายน์หลั่งของเหลวสีน้ำนมออกมา แต่เนื่องจากมีปริมาณน้อยมากจึงไม่ค่อยเห็นกัน เมื่อแบคทีเรียย่อยสลายของเหลวสีน้ำนมนี้จะทำให้เกิดกลิ่นตุๆ ส่วนเหงื่อใสปริมาณมากจนทำให้มีรอยเปียกเสื้อที่ใต้วงแขนจะหลั่งโดยต่อมเหงื่อเอ็กครายน์ ช่วงแรกก็ไม่มีกลิ่น ต่อมาเมื่อมีการเติบโตของแบคทีเรียจึงเกิดกลิ่นตัวขึ้น พบว่าคนอ้วน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และหญิงตั้งครรภ์เกิดกลิ่นตัวง่ายกว่าคนทั่วไป อากาศที่ร้อนอบอ้าว และอารมณ์ที่ตึงเครียดกระวนกระวายใจก็ทำให้มีเหงื่อมากกว่าปกติ

วิธีแก้ปัญหาที่กลิ่นตัวอย่างไรดี
1. สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งบางและหลวมเพื่อให้เหงื่อระบายออกง่าย
2. อาบน้ำวันละ 1-2 ครั้ง ใช้สบู่ฟอกตามตัวและตามซอกพับ ถ้าบริเวณใดอับชื้นง่าย เช่น รักแร้ ขาหนีบ หรือซอกนิ้วเท้า
3. ใช้แป้งฝุ่นโรยเพื่อดูแลให้ผิวหนังบริเวณนั้นแห้ง
4. เสื้อผ้าต้องซักให้สะอาด ผึ่งแดดให้แห้งสนิทได้ก็ดี เพราะเสื้อผ้าที่ไม่สะอาดและอับชื้นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นตัว
5. โกนขนรักแร้ช่วยลดกลิ่นตัวได้ เพราะเชื้อแบคทีเรียชอบบริเวณที่อับชื้นอย่างเช่นที่รักแร้อยู่แล้ว
6. ลดการกินเครื่องเทศ หอม กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง เพราะอาการเหล่านี้ล้วนเสริมให้กลิ่นตัวมากขึ้นได้
7. ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีสารกาเฟอีนผสมอยู่ เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม เพราะสารกาเฟอีนกระตุ้นให้หลั่งเหงื่อได้มาก
8. ลด ละ เลิกบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เทคนิคทางการแพทย์ที่รักษากลิ่นตัว

กรณีที่รักษาสุขอนามัยและใช้ยาลดเหงื่อดับกลิ่นแล้วไม่ได้ผล มีเทคนิคทางการแพทย์ที่รักษากลิ่นตัว เช่น การดูดไขมันเพื่อเอาต่อมเหงื่ออะโพครายน์ออก การผ่าตัดต่อมเหงื่ออะโพครายน์ออก ยากินบางชนิด การใช้เทคนิคไอออนโต การผ่าตัดปมประสาทซิมพาเทติก การฉีดสารพิษโบทูลินัม หรือโบท็อกซ์

อาหารที่ทำให้ฉลาด มีอะไรบ้าง เรามีคำตอบ

อาหารที่ทำให้ฉลาด

งานวิจัยด้านอาหาร ของนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย MIT ได้ผลสรุปว่าอาหาร สามารถ ทำให้คนเราฉลาดขึ้นได้ จากการศึกษาพบว่ามี อาหารหลายชนิดสามารถเพิ่มจุดประสานประสาท synapses ในสมอง เพิ่มความสามารถในการจำ โดยมีสารอาหาร 3 ชนิดที่จำเป็นต่อการรักษาสุขภาพที่ดีของเยื้อหุ้มสมอง เช่น โคลีน (choline) ที่พบในไข่ , ยูริดีนโมโนฟอสเฟต (uridine monophosphate : UMP) ที่พบในผักบีท และ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก (docosahexaenoic acid : DHA) ที่พบในน้ำมันปลา ในการทดสอบ ใช้หนูทดลอง พบว่าสัตว์ทดลองที่ได้รับสารอาหารดังกล่าวจะมีกิจกรรมของสมองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมที่แสดงว่าพวกมันฉลาดขึ้น และจากการศึกษาในเรื่องนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าจะสามารถนำไปสู่วิธีที่จะเพิ่มความฉลาดของมนุษย์จากอาหารที่จะรับประทานเข้าไป

web analytics